ดู: 13059|ตอบกลับ: 39

สตรีผู้บอบช้ำ จากการทำศัลยกรรม

[คัดลอกลิงก์]
สตรีผู้บอบช้ำ จากการทำศัลยกรรม
เรื่องต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวคนหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เธอมีใบหน้าที่ถึงแม้จะไม่สวยมาก แต่ก็จัดได้ว่าไม่ขี้เหร่อะไร
ก็เป็นเรื่องปกติของสาวทุกคนที่อยากมีบุคลิกหน้าตาที่ดูดีขึ้น
จึงพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงหน้าตาด้วยการศัลยกรรม
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอีกเช่นกัน ถ้าเธอจะไว้ใจ เชื่อใจ ผู้ที่เป็นศัลยแพทย์
โดยที่เธอรู้จักผ่านสื่อต่าง ๆ แล้วมุ่งหน้าไปหา  โดยหวังว่า ศัลยแพทย์ผู้นั้น
จะทำให้เธอสวยขึ้นได้  ก็เค้าเรียนมา ก็น่าจะทำเป็นซิ ก็เค้าเป็นหมอ ก้ต้องมีจรรยาบรรณซิ
( เธอคิด )
แต่ใครจะรู้  
คุณไม่รู้
เธอเองก็ไม่รู้  ว่าเรื่องราวมันจะเป็นไปในทางที่เลวร้ายอย่างนี้  เธอต้องออกจากงานที่ทำอยู่
แฟนหนุ่มเริ่มห่างเหิน  เครียด หมกมุ่นกับความคิดในหัวว่า เธอมีเวรกรรมอะไร  นี่เธอทำศัลยกรรมความงามนะ
ไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ ทำไมผลลัพท์มันถึงเป็นเยี่ยงนี้   
ดังนั้นเธอจึงฝากมาให้ป้าเผยแพร่ เพื่อเป็นวิทยาทานแด่ทุกคนค่ะ
ขอบุญกุศลกลับสู่เธอ ให้พบแนวทางแก้ไขใบหน้าของเธอในเร็ววันด้วยค่ะ
เคยลงรูปของเธอไว้แล้วที่ลิ้งค์นี้นะค๊ะ
http://www.dungdong.com/viewthre ... &extra=page%3D1
 เจ้าของ| โพสต์ 2010-7-19 08:28:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เมื่อหลายวันที่แล้ว ขณะที่ป้ากำลังบรรจงทาลิปสติก สีชมพูแปร๋น ที่ดูยังไงก็ไม่เข้ากับหน้าป้าวุ้นเส้นอยู่นั้น
ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

ป้าวุ้นเส้น " สวัสดีค่ะ ป้าวุ้นเส้นพูดค่ะ "
กรรณิกา " ป้าวุ้นเส้นใช่มั๊ยค๊ะ คือนู๋มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ ป้า "
ป้าวุ้นเส้น " เชิญจ้า ว่ามาเลย "
กรรณิกา " คือนู่ไปตัดกรามที่คลีนิคแห่งนึงมา แล้วนู๋ปากเบี้ยวมุมปากตกสองข้าง ตั้งแต่วันแรกเลย
เวร !!  ( ป้าอุทานออกมาเอง ) พอเวลาผ่านมา 3 เดือน หน้านู๋ก็เว้าเข้าไป ค่ะ ตอนนี้นู๋แย่มากเลย แถมเค้ายังตัดคางนู๋ออกด้วย
ตัดแล้วมาบอกนู๋ที่หลัง  มาตัดของนู๋ทำไม คางนู๋ดี ๆ อยู่แล้ว  ฮือ ฮือ นู๋เครียดมากเลยค่ะป้า
นู๋จะทำยังไงดี ป้าช่วยนู๋หน่อยนะ หมอที่ตัดให้นู๋ไม่ยอมคุยกับนู๋เลย "
ป้าวุ้นเส้น " โอเค เล่าเรื่องโดยละเอียดทาง Mail หน่อยนะค๊ะ แล้วขอดูฟิลม์เอกเรย์กับรูปหน่อย ส่งมาด้วย
เดี๋ยวป้าตอบทาง Mail หลังดูฟิลม์กับรูปนะค๊ะ

ป้าขอสรุปเรื่องราวของกรรณิกา ดังนี้ค่ะ
กรรณิกา เข้าใจว่าตัวเอง มีกล้ามเนื้อกราม ก็เลยคิดว่าจะไปฉีดโบท๊อกซ์ที่คลีนิคแห่งนึง
แต่หลังจากที่พบว่า หมอบอกว่าเธอไม่มีกล้ามเนื้อกราม ต้องตัดมุมกรามเท่านั้น เธอจึงตกลงจะขึ้นเขียง
ผ่าตัดมุมกรามเป็นการผ่าตัดจากด้านในปาก  ที่คลินิคแห่งนั้น ผ่าตัดที่คลินิคนะค๊ะ
ไม่ได้ไปที่ห้องผ่าตัดของ โรงพยาบาลแต่อย่างใด

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดก็เหมือนกันการผ่าตัดใหญ่ทั่วไป คือ เอกซเรย์ ตรวจเลือด  งดน้ำ งดอาหาร
ใช้วิธีการวางยาสลบ  ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 4 ชม.
ฟังแล้วก็ทั่ว ๆ ไป ไม่น่าตกใจสำหรับคนที่ไม่เคยผ่านการผ่าตัดมาก่อน และ สำหรับคนอื่น ๆ  
แต่สำหรับป้าวุ้นเส้น ป้าว่าน่าตกใจเป็นที่สุด  การผ่าตัดใหญ่นี่จะให้ปลอดภัยเครื่องมือต้องพร้อมค่ะ
บุคลากรต้องพร้อม  ต้องมีห้องผ่าตัดที่พร้อมทุกอย่างถ้าได้แบบห้องสูญญากาศด้วยยิ่งดี ปลอดเชื้อ ปลอดภัย
ไม่ว่าคนไข้จะ Sentitive กับอะไรขึ้นมา ก็มีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ พร้อมช่วยเหลือทุกอย่าง
ดังนั้นการผ่าตัดใหญ่ไม่ควรทำที่คลีนิค  เผื่อร่างกายเกิดมีอาการตอบสนอง หรือไม่ตอบสนองกับการวางยาสลบ หรือ ยาที่ต้องใช้ในการผ่าตัด เช่นยาห้ามเลือด ยาแก้ปวดยาแก้อักเสบ สาระพัดชนิด หรือความเข้มข้นของเลือดคนไข้ไม่อยู่ในระดับที่ปลอดภัย  รอรถหวอโรงพยาบาลมารับไปรักษาต่อ  ก็อาจตายคาเขียงได้  เรื่องพวกนี้สำคัญนะค๊ะ ทีมแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ โอ้ย มากมายค่ะ นู๋กรรณิการอดมาได้ไม่ตายก็บุญแล้ว
 เจ้าของ| โพสต์ 2010-7-19 08:34:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุดโดย pavoonsen เมื่อ 2010-7-19 08:35

ตอนผ้าพันศรีษะ
กลับมาเรื่องของกรรณิกาต่อ ตอนที่คุณหมอทำการผ่าตัดป้าก็แสดงความตกใจไป 1 ทีแล้ว
การดูแลหลังการผ่าตัดทำเอาป้าตกใจ เป็นครั้งที่ 2 จนต้องบอกว่า โอ้ พระเจ้าช่วย
ทำกันเช่นนี้ได้อย่างไรเนี่ย  ดูผ้าพันศรีษะของกรรณิกาแล้วพาให้จิตตกค่ะ
บางมาก ก็ไม่เข้าใจบางขนาดนี้ จะพันเพื่ออะไร พันเพื่อเทรนด์แฟชั่นใหม่เป็นรุ่นตาข่ายซีทรูรึ
นี่ถ้าผูกให้มีโบว์อันใหญ่ ๆ บนหัวอีกนิด ป้าก็ว่า เลดี้กาก้า ชัวร์

ผ้าพันศรีษะหลังผ่าตัด ที่คุณหมอพันไว้ ตามหลักการที่ปลอดภัยจะแน่นและหนามาก ถึงขั้นอึดอัดกันเลยทีเดียว
วัตถุประสงค์คือเพื่อช่วยหยุดเลือด และไม่ให้บวมมากค่ะ เพราะถ้าพันหลวม ๆ จะบวมแล้วจะไปมีผลต่อ
หลอดลมคือ บวมแล้วไปกดการหายใจได้ ดังนั้นหมอจะพันแน่นค่ะ

pard 12.jpg
 เจ้าของ| โพสต์ 2010-7-19 08:36:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
การประคบเย็น
กรรณิกาบอกว่า หลังออกจากห้องผ่าตัดไม่มีการประคบด้วยเจลเย็นแต่อย่างใด
ให้นอนเฉย ๆ และกินยาแก้ปวดเท่านั้น ป้าขอแสดงความตกใจเป็นครั้งที่ 3 โอ้ รอดมาได้ไม่ตายก็บุญมากแล้วค่ะ

การประคบเย็นวัตถุประสงค์เพื่อให้ความเย็นช่วยทำให้เลือดหยุดไหล ลดอาการบวมค่ะ ควรประคบด้วยเจลเย็นที่แช่จนเป็นน้ำแข็งบริเวณที่ผ่าตัด ตลอดเวลา หรืออย่างน้อยต้องเปลี่ยนทุกชั่วโมง ประคบติดต่อกัน นาน 48 ชั่วโมงค่ะ


สายระบายเลือด
โอ้แม่เจ้า สายระบายเลือด รึต่างหูรุ่นใหม่ของ เลดี้กาก้าฟ่ะเนี่ย ทำไมมันมาอยู่ข้างนอกล่ะ
กรรณิกาบอกว่า คุณหมอเจาะรูด้านนอกบริเวณมุมกรามเพื่อทำการติดตั้งสายระบายเลือด
ทำให้เธอมีแผลเป็นปูด ๆ เป็นที่ระลึกด้วยความระทึกอีก ข้างละ 1 รู และในขวดที่ต่อจากสายระบายเลือด
ก็เต็มไปด้วยเลือดของเธอ ข้างละประมาณครึ่งขวด คำนวนได้ราว ๆ 500 cc ต่อข้าง


ระยะเวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาล 2 คืน และหมอให้เธอกลับบ้านทั้งที่เธอยังมีต่างหูเลดี้กาก้า ( ขวดเลือด )
ติดอยู่ ถ้าเธอนอนต่อ หมอจะคิดตังค์เพิ่ม สำหรับสายระบายเลือดนั้น เมื่อครบ 4 วันกรรณิกาค่อยมาเอาออกนะ

สายระบายเลือด
ตามปกติควรจะอยู่ภายในปาก ไม่ได้ห้อยด้านนอกเพราะจะทำให้เห็นแผลและมีแผลเป็นนูนแข็งได้
และติดตั้งจากแผลที่คุณหมอเปิดด้านในเพื่อตัดมุมกรามนั่นแหละ ไม่มีการเปิดแผลใหม่ วัตถุประสงค์เพื่อช่วยระบาย
เลือดเสีย  ปริมาณเลือดเสียที่ระบายออกมาไม่ควรเกิน 200 cc
แม้จะผ่านไปนานสองวัน และจะต้องตรวจเช็คปริมาณเลือดเสียที่ไหลออกมาทุกชั่วโมง  
ถ้าปริมาณเลือดเสียมีมากกว่าเกณฑ์ที่ควรจะเป็นและไหลต่อเนื่องคุณหมอจะต้องพิจารณา
ใช้เทคนิคทางการแพทย์ รักษาอาการให้เป็นปกติทันที

อ้อ ก่อนกลับบ้านหมอให้ยานู๋กรรณิกาดังนี้ ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ยาลดบวม ในปริมาณที่กินได้อาทิตย์กว่า ๆ
ในราคากันเองมาก จ่ายไป 1000 กว่าบาท อืม อืม ก็เค้าบอกแล้วนิ ว่าเป็นราคาเริ่มต้น ดังนั้น มันมักไม่จบที่การจ่ายครั้งแรกค่ะ  มันไม่ใช่ราคาเหมาจ่ายเป็น Package แต่อย่างใด
 เจ้าของ| โพสต์ 2010-7-19 08:45:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุดโดย pavoonsen เมื่อ 2010-7-19 08:57

สุดท้าย ของความน่าตกใจ แบบพูดไม่ออกบอกไม่ถูกคือ
คุณหมอตัดคางของเธอให้สั้นลงโดยความเห็นส่วนตัวของคุณหมอเอง และไม่ได้ไถ่ถามเธอก่อน
ผลลัพท์ของการตัดกรามครั้งนี้ จึงเป็นผลร้ายที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลย
เท่านั้นยังไม่พอค่ะ มุมปากเธอตก ปากเธอเบี้ยวซะแล้ว
และเมื่อเวลาผ่านมา เมื่อหน้าเธอเริ่มยุบบวมได้ 3 เดือน เธอก็พบว่า
หน้าของเธอไม่เรียวแต่กลับเว้าแหว่งเข้าไปตรงมุมกรามที่ตัด เพราะความที่ตัดมากเกินไป
จากภาพเอกซเรย์ก็เห็นได้ชัดว่า เป็นรอยตัดที่ไม่เรียบ และเว้าแหว่ง
อยู่ที่ลิ้งค์นี้ค่ะ
http://www.dungdong.com/viewthre ... &extra=page%3D1

โดยส่วนตัว จากประสบการณ์ป้าวุ้นเส้นเข้าใจว่า  การที่คุณหมอได้ทำการผ่าตัดในสถานที่ ๆ ไม่พร้อมเรื่องบุคลากร
และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงไม่สามารถทำการตกแต่งกระดูกมุมกรามให้เนียนเรียบ  ต้องรีบทำ รีบผิดแผล
ก่อนที่จะเกิดอันตรายซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้  (เป็นการคาดเดานะค๊ะ ไม่ได้มีหลักการอะไร )
หลังจากที่ป้าวุ้นเส้นได้รับรู้เรื่องราวของเธอ ป้าก็ได้แต่ปลอบใจเธอค่ะ
บอกตรง ๆ ว่า ไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้  ไม่มีหมอคนไหนอยากแก้ไขเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ
โดยคุณหมอส่วนใหญ่ที่ป้าไปขอคำปรึกษา ท่านจะบอกเหมือนกันหมดว่า
" วุ้นเส้น เวลาเกิดการทำศัลยกรรมที่ผิดพลาด  ร้ายแรงขนาดนี้ รวมทั้งพวกฉีดสารอันตรายด้วย อย่าพยายามที่จะแก้ไข มันจะแย่ไปกันใหญ่ ทางที่ดี ไม่แตะได้เป็นดีที่สุด "

ป้าเลยได้แต่ช่วยเธอเรื่อง แนะนำให้ทำกายภาพบำบัด รักษาด้วยกระแสไฟฟ้า  เพื่อรักษาเยียวยาอาการปากเบี้ยวเท่านั้น
และหวังใจว่า คนไทย จะตั้งใจอ่านหนังสือ มากกว่านี้  ไม่ใช่ดูแต่ภาพก่อนทำกับหลังทำ ศึกษาเยอะ ๆ  เปรียบเทียบเยอะ ๆ

เพื่อจะได้ไม่มีเคสน่าเสียใจแบบนี้เกิดขึ้นอีก และอีกอย่าง ภาพและข้อความที่ลงโฆษณาในหนังสือที่ได้รับความนิยม มียอดขายถล่มถลาย ไม่ได้เป็นการการันตรี ความปลอดภัยจากการทำศัลยกรรมนะค๊ะ
สิ่งที่จะการันตรีการทำศัลยกรรมของคุณได้ระดับหนึ่งคือ

1 ทางโรงพยาบาลต้องมีเอกสารสัญญา รับประกันผลงานการผ่าตัด หากเกิดปัญหาขึ้น จะภายในกี่เดือนก็ว่ากันไป

2 ทางโรงพยาบาลต้องยินดีที่จะออกเอกสารรับรองการผ่าตัด จากคุณหมอที่ทำการผ่าตัดนั้น ๆ เพื่อเป็นหลักฐานให้คุณ

3 ทางโรงพยาบาลต้องออกเอกสารการับเงิน หรือที่เรียกว่าใบเสร็จให้ เป็นการแสดงว่า คุณจ่ายตังค์เพื่อการใด

4 หากคุรต้องการรายงานการรักษา ฟิลม์เอกเรย์ หรือผลตรวจจากการผ่าตัดในครั้งนั้น ๆ ทางโรงพยาบาลจะต้องยินยอม
พร้อมใจจัดให้คุณแต่โดยดี  เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิของคนไข้ค่ะ

ป้าอยากจะบอกทุกคนว่า ป้าพบเจอกับคนที่ทำศัลยกรรมแล้วผิดพลาด หรือ ฉีดโน่น ฉีดนี่ โดยรู้เท่าไม่ถึงการแล้วต้องมาเสียใจไปตลอดชีวิตบ่อยมาก ทุกๆ เดือนจะมีอย่างน้อย 10 ราย จริง ๆ แล้วการทำศัลยกรรมทุกชนิดมีค่าความเสี่ยงทั้งนั้นแหละค่ะ หมอก็คนนะค๊ะ ไม่ใช่เครื่องจักร จะได้100 % เห็นจะยาก เพียงแต่ป้าอยากแนะนำให้ลดปัจจัยเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรมของคุณด้วยค่ะ

นี่เป็นสิ่งที่ป้องกันได้นะค๊ะ หากคุณรู้จักอ่าน และวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผล  เลิกถามหมอซะทีเถอะค่ะ ไอ้คำถามประเภทที่ว่า หมอค๊ะ เจ็บมั๊ย บวมนานมั๊ย เพราะเค้ารีวิวอธิบายกันไว้เกลื่อนเว็บ แล้วไอ้เรื่องอ่านหนังสือเนี่ย ป้าพูดจริงนะค๊ะ หลายคนที่โทรหาป้า หรือส่ง Mail มาถามมักไม่อ่านสิ่งที่ป้าเขียน จะดูแต่รูปแล้วเขียนมาถาม   ป้าก็ไม่เข้าใจนะ  พอบอกให้กลับไปอ่านก่อนดีมั๊ยค๊ะ ก็กลายเป็นว่า ป้าวุ้นเส้นหยิ่งไม่อยากตอบ

โธ่ ที่รัก ก็ป้าวุ้นเส้นเขียนไว้เยอะเลย แล้วการพูดแบบเดิม ๆ วันละหลาย ๆ รอบหรือพิมพ์ตอบซ้ำ  อธิบายซ้ำอีก พูดกันทั้งวัน วันละหลาย ๆ รอบนี่มันเหนื่อยนะ  ป้าไม่ใช่ พวก Callcenter เน้อ  ที่พูดแล้วป้าวุ้นเส้นนึกว่านี่ตรูพูดอยู่กับคนจริง ๆ รึเปล่า

ขอร้องล่ะค่ะ อ่านกันหน่อย เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

ศัลยกรรมที่แพง  คือ ศัลยกรรมที่ทำแล้วผิดพลาด เพราะคุณต้องจ่ายด้วยเวลาที่เหลือทั้งชีวิต ไม่ใช่มูลค่าของเงินที่จ่ายไป

คะแนน

2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2010-7-19 09:59:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณค๊าบสำหรับหนึ่งกรณีศึกษาที่นำมาแบ่งปันกัน
โพสต์ 2010-7-19 20:13:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่าเห็นใจสุดๆค่ะ อยู่ๆมาตัดคางคนไข้ออกได้ไง ใครจะศัลยกรรมอะไรก็ตามต้องศึกษาข้อมูลเยอะๆนะคะ และวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผลอย่างป้าวุ้นเส้นบอกเลยค่ะ

หนูเป็นอีกคนที่ตามไล่ล่าอ่านเว็บนู้นเว็บนี้ของป้าวุ้นเส้นมาเป็นเดือนๆ
สนใจเรื่องตัดกรามกับเสริมคางด้วยกระดูกตัวเองค่ะ
ที่ยันฮีแพงกว่าที่อื่นนะคะป้า..อิอิ แต่เพื่อสวยอย่างปลอดภัย ก็น่าลงทุนอ่ะค่ะ
โพสต์ 2010-7-19 20:24:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เศร้าอ่ะ แล้วยังงี้จะแก้ไขใบหน้ายังไงได้บ้างอ่ะค่ะ ป้าวุ้นเส้น
โพสต์ 2010-7-20 14:03:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็นกำลังใจให้สู้ๆๆต่อไปนะคะ
โพสต์ 2010-7-21 01:27:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่าเห็นใจสุดๆค่ะ อยู่ๆมาตัดคางคนไข้ออกได้ไง ใครจะศั ...
ต้นฉบับโพสต์โดย JAH+AOF เมื่อ 2010-7-19 20:13



    เหนด้วยค่ะ
น่าสงสาร


ที่จริงหมอน่าจะปรึกษาเราก่อนนะ อยุ่ดีดีมาตัดคางเราได้ไง
 เจ้าของ| โพสต์ 2010-7-22 08:47:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไม่ได้เข้ามาหลายวัน สำหรับคนที่ถามว่าจะแก้ยังไงนี่
แก้ยากค่ะ จริง ๆ แล้วมันก็พอจะเป็นได้ด้วยหลักการเดิม ๆ คือเมื่อเกินก็ตัด เมื่อขาดก็เติม

แต่คุณหมอส่วนใหญ่ไม่รับแก้ไขเพราะ การเปิดแผลเข้าไปแก้เป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก
อาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้ค่ะ ส่วนเรื่องเส้นประสาท สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการทำกายภาพบำบัด
แบบใช้ไฟฟ้าค่ะ  

นี่ไม่ใช่เคสแรกที่ป้าเจอหรอกค่ะ มีเยอะแต่ป้าไม่ได้เขียนถึงเท่านั้นเอง
รู้มาก เปิดเผยมาก ป้าอาจจะไม่แก่ตาย ฮ่า ฮ่า
โพสต์ 2010-9-23 19:56:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ดีจากคุณป้าค่ะ  หนูคนหนึ่งที่โชคร้ายเรื่องศัยกรรม เรื่องมีอยู่ว่าไปเสริมเต้านม ....หมอดันไปตัดหัวนมทิ้งเฉยเลย พอตื่นมาไม่มีหัวนมเสียแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรจะไปแก้ไขที่ไหนดีค่ะ คุณป้าช่ยตอบหนูด้วย......
โพสต์ 2010-9-24 10:16:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อ้านแล้ว สะเทือนใจอะคะป้าวุ้นเส้นน T-T

ขอบคุณมากๆคะ ที่นำมาแบ่งปันกัน
โพสต์ 2010-9-30 07:05:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากค่ะป้าวุ้นเส้น
สำหรับข้อมูลที่ดีก่อนการตัดสินใจ
ขอเป็นกำลังใจให้สู้ๆต่อไปค่ะ
โพสต์ 2010-10-1 10:42:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณ
โพสต์ 2010-10-1 13:30:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณป้าวุ้นเส้นมากๆคับ ที่นำข้อมูลดีๆมาเตื่อนสติน้องๆ หลานๆ

ต่อจากนี้ไปก่อนไปทำอะไรคงต้องขอหลักสื่อหรือไม่ก้อใบรับรองอารายสักอย่างแล้ว

น่ากลัว บรื๋อ
โพสต์ 2010-10-12 09:28:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอถามค่ะ ถ้าฉีดไบโอมา และแก้ไขแล้วด้วยการขูด และเสริมใหม่ด้วยซิลิโคน

แต่มันเป็นผิวไม่เรียบ ขรุขระ ควรปล่อยไว้แบบนี้ดีกว่าใช่ไหมคะ

อย่างที่พี่วุ้นเส้นบอก คือควรปล่อยและไม่ยุ่งดีกว่าใช่ไหมคะ

หรือสามารถ ทำใหม่ได้ กลุ้มใจมาก

ไปปรึกษาหมอ หมอบอกทำได้ แต่ใจก็กลัว กลัวจะแย่กว่านี้อ่ะคะ รบกวนด้วยค่ะ

แสดงความคิดเห็น

อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องไปทำอะไรมันค่ะ ถ้าอักเสบแล้วค่อยว่ากัน  โพสต์ 2011-8-16 14:27
โพสต์ 2010-10-12 19:03:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อ่านแล้วหดหู่มากเลยค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้คุณกรรณิกาด้วยนะคะป้าวุ้นเส้น
ขอให้เธอได้พบทางออกที่ดีๆ แล้วกันนะคะ
โพสต์ 2010-10-12 19:05:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ดีจากคุณป้าค่ะ  หนูคนหนึ่งที่โ ...
ต้นฉบับโพสต์โดย zampa6 เมื่อ 2010-9-23 19:56



    อ้าวทำไมงั้นอ่ะคะ แล้วหมอเค้าว่าไงอ่ะ อยากรู้ค่ะ
โพสต์ 2010-10-12 23:07:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ดีจากคุณป้าค่ะ  หนูคนหนึ่งที่โ ...
ต้นฉบับโพสต์โดย zampa6 เมื่อ 2010-9-23 19:56



...ฉ...เฉือนหัวนม....เอ่อ.....แล้วได้ติดต่อหมอเดิมรึเปล่าคะ?
....ส่วนสำหรับคุณกรรณิกา...ขอให้เธอรักษาตัวให้หายโดยเร็วนะคะ....อย่างน้อยวิทยาการทางการแพทย์เดี๋ยวนี้ถือว่าดีค่ะ(ถ้าเลือกที่ไม่ผิดนะคะ).....เพราะคาดว่าเรื่องปากนี่...การฝังเข็มคงจะช่วยได้ค่ะ....เพราะขนาดคนตรงข้ามบ้าน...ใบหน้าเป็นอัมพาตครึ่งซีก...ไปฝังเข็มมา....ทุกวันนี้ดีขึ้นจนเกือบจะหายละล่ะค่ะ....ส่วนเรื่องคางของคุณเค้า....เอ่อ...คาดว่าถ้ารักษาตัวอะไรเรียบร้อย...คาดว่าการเสริมคางด้วยซิลิโคนน่าจะช่วยได้รึเปล่าคะ?
โพสต์ 2010-10-12 23:13:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่า เห็นจัย มากกๆเลย  สู้ๆๆ ค่ะเพื่อความสวย ของเราๆ
โพสต์ 2010-10-27 01:10:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากเลยครับ ผมเรียนมาด้านวิทย์สุขภาพแต่ไม่มีเคยคิดแบบป้าเลย มีแต่ใจขึ้นจะทำ จะทำ

พอมีปัญหาเล็กน้อยก็มาเครียด ว่าจะแก้ยังไง เพราะไม่ศึกษาผลกระทบ และข้อควรรู้ ก่อน-หลัง ศัลยกรรม

ต่อไปทำอะไรจะศึกษาดีๆก่อนทำนะครับ ขอบคุณมากสำหรับวิทยาทาน  ช่วยให้คิดได้เยอะ ลดความบ้าลงเยอะเลยครับ
โพสต์ 2010-10-27 01:12:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ชอบประโยคนี้มากครับ ฟังแล้วปรี๊ดเลย

ศัลยกรรมที่แพง  คือ ศัลยกรรมที่ทำแล้วผิดพลาด เพราะคุณต้องจ่ายด้วยเวลาที่เหลือทั้งชีวิต ไม่ใช่มูลค่าของเงินที่จ่ายไป
โพสต์ 2010-11-10 10:49:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็นอีกคนที่กำลังบอบช้ำอยู่ค่ะ..ตอนนี้ต้องรวบรวมกำลังใจและทำใจเพื่อที่ตัวเอง
โพสต์ 2010-11-10 13:15:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สะเทือนใจมากมาย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ค่ะ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ที่ webdungdong@gmail.com|บริษัท ดั้งโด่งดอทคอม จำกัด|ติดต่อลงโฆษณา| ดั้งโด่งดอทคอม@2020

Copyright © 2001-2013 Comsenz Inc.   All Rights Reserved. Powered by Discuz! X3.2 R20140618, Rev.27, Thzaa City 1 Style

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้